ก่อนก้าวข้ามลำธาร เราขออนุญาตป่า
ก่อนเข้าสู่พื้นที่ ทุกคนเก็บยอดไม้สามชนิด แล้วนำมารวมกันเพื่อทำพิธี
พี่พนมกล่าวคำขออนุญาตเป็นภาษาญัฮกุร บริเวณก้อนหินใหญ่ใกล้น้ำตกเทพประทาน
จากนั้นเราจึงเดินข้ามน้ำเข้าสู่ผืนป่า
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง
และอาจเป็นบทเรียนแรกของ “สู่ขวัญป่า”
ก่อนจะเข้าไปในพื้นที่ของธรรมชาติ เราต้องรู้จักขออนุญาตเสียก่อน
เดินไปกับคนที่อ่านป่าออก
เส้นทางค่อย ๆ ลัดเลาะไปตามหุบเขา
บางช่วงมีลมพัดผ่านเป็นแนวยาว ราวกับมีทางเดินที่มองไม่เห็นของสายลม
บางช่วงกลับเป็นพื้นที่อับ ลมสงบ และร้อนอบชื้นเหมือนอยู่ในป่าทึบ
ผืนป่าเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
จากป่าเบญจพรรณ สู่ป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง และทุ่งหญ้าเพ็กที่ขึ้นสูงเกือบถึงเอว
เมื่อเดินมาถึงทุ่งเพ็ก เราพบคุณยายชาวญัฮกุรสองคนที่กำลังออกหาเห็ด
มือของคุณยายถือตะกร้าสานเก่า ๆ ใบหนึ่ง
ภายในมีเห็ดที่เพิ่งเก็บมา
เมื่อคืนฝนตก
และสำหรับคนที่รู้จักป่า ฝนเมื่อคืนอาจหมายถึงอาหารที่จะปรากฏขึ้นในเช้าวันนี้
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “การอ่านป่า”
ไม่จำเป็นต้องมีปฏิทิน
ไม่จำเป็นต้องมีแอปพลิเคชัน
เพียงรู้ว่าเมื่อฝนตก ต้นไม้ชนิดไหนจะออกผล เห็ดจะขึ้นตรงไหน หรือช่วงเวลาใดควรเข้าไปหาอาหาร
ลูกกระบกหนึ่งลูก กับความรู้ที่อยู่ในป่า
ใต้ต้นกระบกหลายจุด เราพบกองเปลือกลูกกระบก
และครั้งนี้มีลูกกระบกสุกตกอยู่บนพื้น
พี่พนมชวนให้ลองชิม
รสชาติเริ่มต้นด้วยความเปรี้ยว ตามด้วยความฝาด ก่อนจะทิ้งความหวานไว้ที่ปลายลิ้น
ชาวญัฮกุรมีวิถีการเก็บลูกกระบกที่ร่วงลงบนพื้นและผ่านการแห้งหรือหมักตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์และสร้างรายได้ให้กับชุมชน
ระหว่างทาง พี่พนมและน้าสวิตหยุดเป็นระยะ เพื่ออธิบายพันธุ์ไม้และเรื่องราวของชาวญัฮกุร
บางครั้งมีผลไม้ป่าห้อยลงมาเป็นพวง
ลูกนมวัวสีส้มเข้ม
ลูกองุ่นป่า
และพืชอีกหลายชนิดที่คนทั่วไปอาจเดินผ่านโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร
น้าสวิตมักพูดสั้น ๆ ว่า
“กินได้นะ แต่อย่ากินเยอะ”
คำพูดธรรมดา ๆ แต่สะท้อนสิ่งหนึ่งได้ชัดเจน
ความรู้เกี่ยวกับป่าไม่ได้หมายความว่าเรารู้เพียงว่า “อะไรเอามากินได้”
แต่ต้องรู้ด้วยว่า **อะไรควรกินเท่าไร เมื่อไร และอย่างไร**






















コメント