top of page
_DSC0107(1).jpg

operational

เดินตามรอยญัฮกุร สู่ขวัญป่า

ニャクルの暮らしを

たどる「森への祝福」

เมื่อป่าไม่ใช่สถานที่ แต่คือบ้าน

“เราไม่ได้เดินเข้าป่าเพื่อเอาชนะธรรมชาติ แต่เดินเข้าไปเพื่อเรียนรู้ว่า มนุษย์จะกลับมาอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพได้อย่างไร”

นี่คือหนึ่งในคำถามสำคัญของการเดินทางครั้งนี้
โครงการ“เปิดเส้นทางตามรอยวิถีญัฮกรุ” ไม่ได้ชวนเราเพียงให้เดินป่า หากแต่ชวนให้เราเดินเข้าไปฟังเรื่องราวของผืนป่า ผ่านผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับป่ามาหลายชั่วอายุคน

ครั้งนี้ เส้นทางพาเราเข้าสู่พื้นที่ของ ชาวญัฮกุร กลุ่มชาติพันธุ์มอญโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,500 ปี มีร่องรอยเชื่อมโยงกับผู้คนในยุคทวารวดี และยังคงรักษาภาษา ความเชื่อ และวิถีชีวิตบางส่วนไว้จนถึงปัจจุบัน


สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรื่องราวของญัฮกุรน่าสนใจ คือความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับผืนป่า

ป่าไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับหาอาหาร
แต่เป็นทั้งบ้าน แหล่งความรู้ พื้นที่แห่งความเชื่อ และสิ่งที่ต้องเข้าไปด้วยความเคารพ

บางที นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้วิถีของพวกเขายังคงดำรงอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก
 

_DSC0092.jpg

จากอารยธรรมโบราณ สู่ผืนป่าของญัฮกุร

หมู่บ้านที่เราเดินทางมาเยือนอยู่ห่างจากแหล่งอารยธรรมโบราณศรีเทพประมาณ 30 กิโลเมตร
ระยะทางบนแผนที่อาจดูไม่ไกล
แต่ระหว่างสองพื้นที่นั้นคือภูเขา หุบเขา และผืนป่าที่ครั้งหนึ่งเคยอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง
จึงเกิดคำถามขึ้นว่า
ผู้คนที่อาศัยอยู่ในผืนป่าแห่งนี้ มีความเกี่ยวพันกับอารยธรรมโบราณศรีเทพมากน้อยเพียงใด?
คำตอบอาจยังต้องอาศัยการศึกษาทางประวัติศาสตร์และมนุษยวิทยาอีกมาก


แต่สิ่งที่เราเห็นได้ด้วยตา คือวิถีชีวิตของผู้คนที่ยังคงมีความสัมพันธ์กับผืนป่าอย่างลึกซึ้ง
ครั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่เรนเจอร์ป่าไม้และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมศึกษาพื้นที่


เส้นทางที่เราใช้คือเส้นทางในเขตป่าสงวน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ชาวญัฮกุรใช้เดินเข้าป่า หาของป่า และเดินทางไปมาหาสู่กับหมู่บ้านใกล้เคียง
เราไม่ได้เดินเข้าไปเพียงลำพัง
มีชาวญัฮกุรสองท่านเป็นผู้นำทาง
ทั้งสองคนเติบโตมากับผืนป่าแห่งนี้ รู้จักเส้นทางมาตั้งแต่เด็ก และเคยเห็นป่าในวันที่สมบูรณ์กว่าวันนี้
หนึ่งในนั้นเคยเป็นนายพราน
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงความสามารถในการรู้จักเส้นทาง
คือความละเอียดอ่อนของแกต่อ “กิริยาของมนุษย์ในป่า”
เพราะสำหรับคนที่เติบโตมากับป่า

​

การเดินเข้าป่าไม่ใช่เพียงการเดินทาง แต่คือการเข้าไปในบ้านของสิ่งมีชีวิตอื่น

森が「場所」ではなく「家」になるとき

「私たちは自然に勝つために森へ入るのではない。
人間が、もう一度、自然と敬意をもって共に生きるにはどうすればよいのか。それを学ぶために、森へ入っていく。」
これは、今回の旅における大切な問いの一つです。

「ニャクルの森の暮らしをたどる道をひらく」プロジェクトは、単に森を歩くことを目的としたものではありません。 何世代にもわたって森とともに暮らしてきた人々を通して、森の物語に耳を澄ませる旅です。

今回、私たちが訪れたのは、ニャクルの人々が暮らす地域。
ニャクルは、1500年以上の長い歴史を持つ古いモン系民族の一つで、古代ドヴァーラヴァティー文化の人々とのつながりを示す痕跡があるとされています。

現在もなお、独自の言語や信仰、そして森とともに生きる暮らしの一部が受け継がれています。
ニャクルの暮らしを考えるうえで、とても興味深いのは、人々と森との深い関係です。
森は、単に食料を探す場所ではありません。
そこは「家」であり、知識を学ぶ場所であり、信仰の場でもあり、そして、敬意をもって入らなければならない場所でもあります。
もしかすると、それこそが、外の世界が大きく変化していく中でも、彼らの暮らしが受け継がれてきた理由の一つなのかもしれません。

古代文明から、ニャクルの森へ

私たちが訪れた村は、古代文明の遺跡であるシーテープから、およそ30キロ離れています。
地図の上では、それほど遠くない距離です。
しかし、その間には山や谷、そして、かつて非常に豊かな森が広がっていました。
そこで、私たちは一つの問いを持ちました。

この森で暮らしてきた人々は、古代シーテープ文明と、どのようなつながりを持っていたのでしょうか。
その答えには、これからさらに歴史学や人類学の研究が必要でしょう。
けれど、私たちが自分の目で見ることができるものがあります。
それは、今もなお森と深く関わりながら暮らしている人々の姿です。
今回は、森林レンジャーや関係者の協力を得ながら、この地域を歩き、調査しました。
私たちが歩いたのは保全林の中にある道。
そこは、ニャクルの人々が森へ入り、森の恵みを探し、近隣の村々との行き来に使ってきた道でもあります。
私たちは、決して一人で森に入ったわけではありません。
二人のニャクルの方が、私たちのガイドをしてくださいました。
二人ともこの森とともに育ち、子どもの頃から道を知り、今よりも森が豊かだった時代の姿も知っています。
そのうちの一人は、かつて猟師でもありました。
しかし、私たちが最も興味深いと感じたのは、単に森の道を知っていることではありません。
森の中での「人間の振る舞い」に対する、細やかな感覚でした。
森とともに育った人にとって、
森へ入るということは、単なる移動ではありません。
それは、ほかの生きものたちの「家」に入ることなのです。

​

อ่านต่อ

つづく

DSC_9105.jpg

บทที่2

เส้นทางค่อย ๆ ลัดเลาะไปตามหุบเขา บางช่วงมีลมพัดผ่านเป็นแนวยาว ราวกับมีทางเดินที่มองไม่เห็นของสายลม
บางช่วงกลับเป็นพื้นที่อับ ลมสงบ และร้อนอบชื้นเหมือนอยู่ในป่าทึบ ผืนป่าเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

第二章

道は、少しずつ谷間を縫うように続いていきます。
風が長く通り抜ける場所もあれば、風がほとんどなく、蒸し暑い森の中にいるような場所もあります。

bottom of page