top of page
DSC_9107.jpg

บทที่2

operational

เดินตามรอยญัฮกุร สู่ขวัญป่า

第2章

ニャクルの暮らしを

たどる「森への祝福」

ก่อนก้าวข้ามลำธาร เราขออนุญาตป่า

ก่อนเข้าสู่พื้นที่ ทุกคนเก็บยอดไม้สามชนิด แล้วนำมารวมกันเพื่อทำพิธี
พี่พนมกล่าวคำขออนุญาตเป็นภาษาญัฮกุร บริเวณก้อนหินใหญ่ใกล้น้ำตกเทพประทาน
จากนั้นเราจึงเดินข้ามน้ำเข้าสู่ผืนป่า
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง
และอาจเป็นบทเรียนแรกของ “สู่ขวัญป่า”
ก่อนจะเข้าไปในพื้นที่ของธรรมชาติ เราต้องรู้จักขออนุญาตเสียก่อน

 

เดินไปกับคนที่อ่านป่าออก

เส้นทางค่อย ๆ ลัดเลาะไปตามหุบเขา
บางช่วงมีลมพัดผ่านเป็นแนวยาว ราวกับมีทางเดินที่มองไม่เห็นของสายลม
บางช่วงกลับเป็นพื้นที่อับ ลมสงบ และร้อนอบชื้นเหมือนอยู่ในป่าทึบ
ผืนป่าเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
จากป่าเบญจพรรณ สู่ป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง และทุ่งหญ้าเพ็กที่ขึ้นสูงเกือบถึงเอว
เมื่อเดินมาถึงทุ่งเพ็ก

เราพบคุณยายชาวญัฮกุรสองคนที่กำลังออกหาเห็ด
มือของคุณยายถือตะกร้าสานเก่า ๆ ใบหนึ่ง
ภายในมีเห็ดที่เพิ่งเก็บมา
เมื่อคืนฝนตก
และสำหรับคนที่รู้จักป่า ฝนเมื่อคืนอาจหมายถึงอาหารที่จะปรากฏขึ้นในเช้าวันนี้
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “การอ่านป่า”
ไม่จำเป็นต้องมีปฏิทิน
ไม่จำเป็นต้องมีแอปพลิเคชัน
เพียงรู้ว่าเมื่อฝนตก ต้นไม้ชนิดไหนจะออกผล เห็ดจะขึ้นตรงไหน หรือช่วงเวลาใดควรเข้าไปหาอาหาร

ลูกกระบกหนึ่งลูก กับความรู้ที่อยู่ในป่า

ใต้ต้นกระบกหลายจุด เราพบกองเปลือกลูกกระบก
และครั้งนี้มีลูกกระบกสุกตกอยู่บนพื้น
พี่พนมชวนให้ลองชิม
รสชาติเริ่มต้นด้วยความเปรี้ยว ตามด้วยความฝาด ก่อนจะทิ้งความหวานไว้ที่ปลายลิ้น
ชาวญัฮกุรมีวิถีการเก็บลูกกระบกที่ร่วงลงบนพื้นและผ่านการแห้งหรือหมักตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์และสร้างรายได้ให้กับชุมชน
ระหว่างทาง พี่พนมและน้าสวิตหยุดเป็นระยะ เพื่ออธิบายพันธุ์ไม้และเรื่องราวของชาวญัฮกุร
บางครั้งมีผลไม้ป่าห้อยลงมาเป็นพวง
ลูกนมวัวสีส้มเข้ม
ลูกองุ่นป่า
และพืชอีกหลายชนิดที่คนทั่วไปอาจเดินผ่านโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร
น้าสวิตมักพูดสั้น ๆ ว่า

“กินได้นะ แต่อย่ากินเยอะ”
คำพูดธรรมดา ๆ แต่สะท้อนสิ่งหนึ่งได้ชัดเจน
ความรู้เกี่ยวกับป่าไม่ได้หมายความว่าเรารู้เพียงว่า “อะไรเอามากินได้”
แต่ต้องรู้ด้วยว่า **อะไรควรกินเท่าไร เมื่อไร และอย่างไร**

 

川を渡る前に、森に許しを請う

森へ入る前、私たちは植物の若葉を三種類摘み、それらを一つにまとめて儀式を行いました。
大きな岩のそば、テープ・プラターン滝の近くで、パノムさんがニャクル語で森に入る許しを求める言葉を唱えました。
そして、私たちは水を渡り、森の中へ入っていきました。
ここから旅が始まります。
そして、これは「森への祝福(スークワン・パー)」における最初の学びだったのかもしれません。
自然の領域へ入る前に、
まず「許しを請う」ということ。

森を「読む」人と歩く

道は、少しずつ谷間を縫うように続いていきます。
風が長く通り抜ける場所もあれば、風がほとんどなく、蒸し暑い森の中にいるような場所もあります。
森は、歩くたびに表情を変えていきます。
混交林から乾燥した森林、開けた森、そして腰の高さ近くまで伸びるペック竹竹草の草原へ。

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ペック竹竹草の草原に到着すると、キノコを探している二人のニャクルのおばあさんに出会いました。
手には、使い込まれた編み籠。
中には、採ったばかりのキノコが入っていました。
昨夜は雨が降っていました。
森を知る人にとって、昨夜の雨は、今朝、森に食べ物が現れることを意味するのかもしれません。
これが、「森を読む」ということです。
カレンダーも、スマートフォンのアプリも必要ありません。
雨が降れば、どの木に実がなるのか。
どこにキノコが出るのか。
いつ森へ入れば食べ物を見つけられるのか。
それを知っているのです。

DSC_9110.jpg

一つのクラボックの実と、森に残された知恵

クラボックの木の下には、

ところどころ実の殻が積み重なっていました。
そして今回は、地面に熟した実が一つ落ちていました。
パノムさんが「食べてみよう」と勧めてくれました。
最初に酸味が広がり、続いて渋みがあり

、最後に舌の奥にほのかな甘さが残ります。
ニャクルの人々は、地面に落ちたクラボックの実を集め、自然に乾燥させたり発酵させたりしながら利用し、

地域の収入につなげる知恵も持っています。
道中、パノムさんとスワットさんは何度も立ち止まり、植物の種類や、ニャクルの人々の暮らしについて教えてくれました。
野生の果実が房になって垂れ下がっていることもあります。
濃いオレンジ色をした「ルーク・ノム・ワーウ」。
野生のブドウ。
そして、普通なら気づかずに通り過ぎてしまうような、

さまざまな植物。
スワットさんは、よく短くこう言います。

「食べられるよ。でも、食べすぎないでね。」

何気ない一言ですが、そこには森の知恵が凝縮されています。
森について知るということは、

「何が食べられるか」だけを知ることではありません。

「どれくらい、いつ、そして、どのように食べるのか」
そこまで知ることなのです。

DSC_9117.jpg

อ่านต่อ

つづく

DSC_7243.jpg

บทที่3

เราต้องเดินทางต่อไปยังน้ำตกเทพประทานให้ถึงก่อนความมืด
คนในพื้นที่มักพูดกันว่า หลังสี่โมงเย็น ป่าจะไม่ใช่สถานที่สำหรับคนอีกต่อไป

第三章

この地域では、よくこんな言葉が聞かれます。
「午後4時を過ぎると、森はもう人間のための場所ではない。」

bottom of page